ค้นหาข้อมูล

ถูกใจก็คลิก Like ด้วยนะค๊ะ

Speed Test
ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตฟรี
Speed Test 
โพสต์ล่าสุด
ตัวเลขและตัวอักษรกาลกิณี ที่ควรเลี่ยงเมื่อออกรถใหม่ (ดู: 291)
วิธีขับรถหน้าฝน ให้ปลอดภัยหายห่วง (ดู: 200)
รู้ไหมห้องโดยสารรถยนต์ที่สกปรก ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ (ดู: 196)
วิธีเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนรถด้วยตัวเอง (ดู: 169)
ราคารถใหม่ ประจำเดือนกรกฎาคม 2557 (ดู: 540)
รถยนต์รุ่นใหม่ปี 2558 (ดู: 941)
ฤกษ์ออกรถใหม่ กรกฎาคม 2557 (ดู: 514)
ใหม่รถยนต์ไฮโดรเจน ‘Toyota FCV’ (ดู: 447)
ประมูลรถหรูล็อตใหญ่กว่า 300 คันโดยกรมศุลกากร 3 ก.ค. 57 นี้ (ดู: 467)
วิธีเช็คยางรถยนต์เสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ เมื่อไหร่ดี (ดู: 341)
RakCar Menu

พยากรณ์อากาศ


ทดสอบรถ มาสด้า2 สปอร์ตซีดาน

อัพเดท: 14 ตุลาคม 2553 23:01  อ่าน: 6,074 หมวด: ทดสอบรถยนต์ Test Drive

       ตอนนี้รถเก๋งไซต์เล็กกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งมาสด้าก็ได้เล็งเห็นถึงจุดขายจึงได้นำรถ Mazda2 เข้าร่วมแข่งขันด้วยโดยต้องต่อกรประทะกับ Toyota Vios และ Honda City ซึ่งก็ได้ผลตอบรับอย่างสวยงาม เรียกว่าขายกระจายจนแทบไม่ทันผลิต โดยรุ่นใหม่ได้เสริมรุ่นตัวถังซีดานหวังเป็นอาวุธต่อกรกับเก๋งซับคอมแพคต์เจ้าตลาดอย่าง “โตโยต้า วีออส” และ “ฮอนด้า ซิตี้” ซึ่งมาสด้าหวังใจว่า ทั้งสองตัวถังจะช่วยกันทำยอดขายปีนี้ถึง 24,000 คัน โดยรุ่นซีดานจะขายมากกว่าแฮทซ์แบ็กนิดหน่อย หรือคิดเป็นสัดส่วน 55/45
       
       ..เพื่อปลุกกระแสที่กำลังร้อนแรงต่อเนื่อง ค่าย “ซูม-ซูม” ไม่รอช้า อาศัยช่องว่างเวลาหลังการเปิดตัวเพียงสองวัน และก่อนงานบางกอกฯมอเตอร์โชว์ 2010 จะเริ่มขึ้น จัดแจงขนสื่อมวลชนไปลองขับ มาสด้า2 ซีดาน บนเส้นทาง ภูเก็ต-กระบี่ ระยะทางรวมกว่า 200 กิโลเมตร

       “2 ซีดาน” อะไรใหม่
       
       รูปลักษณ์ด้านหน้าถอดแบบมาจากตัวถังแฮทซ์แบ็กซ์(รุ่นไมเนอร์เชนจ์ใน ตลาดโลก) แต่เปลี่ยนจากความโฉบเฉี่ยวสไตล์ท้ายตัด มาเป็นฝากระโปรงหลังมีความจุขนาด450 ลิตร ที่กว้างลึกมากและคาดด้วยสายตาน่าจะใส่ถุงกอล์ฟพร้อมหัวไม้ได้สบายๆ ต่างจากรุ่นแฮทซ์แบ็กที่ใส่ไม่ได้แน่นอนถ้าไม่พับเบาะช่วย
       
       ตัวถังซีดานออกแบบเส้นสายลงตัว ไล่ตั้งแต่ไฟหน้า ด้านข้าง มาจรดไฟท้าย มิติยาวกว่าแฮทซ์แบ็ก331 และ341 มิลลิเมตรแล้วแต่รุ่น ส่วนระยะฐานล้อและความกว้างของรถเท่ากันคือ 2,490 และ1,695 มิลลิเมตรตามลำดับ ขณะที่น้ำหนักรุ่นซีดานจะมากกว่านิดหน่อยประมาณ 6-14 กิโลกรัม (แต่รุ่นรองท็อป SPIRIT Sports AT แฮทซ์แบ็กจะหนักกว่า 2 กิโลกรัม)
       
       ภายในยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบ แต่ในรุ่นซีดานมาสด้าเลือกใช้เบาะผ้าสีเบจ (แฮทซ์แบ็กใช้สีดำ) ดูโปร่งสบายตา แต่ก็ขัดๆกับอารมณ์สปอร์ตเล็กน้อย ขณะเดียวกันยังติดตั้งมือจับข้างบนประตูมาให้ เผื่อใครถนัดชินโหนรถเมล์ ขึ้นรถไฟ้า ก็ให้ความมั่นใจในการยึดเกาะได้
       
       มาสด้า 2 ซีดาน มี 4 รุ่นย่อยเท่ากับตัว แฮทซ์แบ็ก ราคารุ่นเริ่มต้นGroove M/T 535,000 บาท เท่ากัน แต่อีก 3 รุ่นที่เหลือ Groove A/T,Spirit S A/T,Maxx A/T, ตัวถังซีดานจะถูกกว่าตั้งแต่ 6,000 - 25,000 บาท

       

       

       สมรรถนะ...ถึงใจ
       
       ในทริปทดสอบดังกล่าว ผู้เขียนได้ลองขับรุ่นท็อป Maxx เกียร์อัตโนมัติ ซึ่งนอกจากจะมีออปชันความสะดวก-ปลอดภัยมากกว่าเพื่อนแล้ว ยังมาพร้อมล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว ประกบยางขนาด 195/45 R16 (รุ่นย่อยอื่นๆใช้ขอบ 15 นิ้ว) ทำให้รูปลักษณ์ดูโดดเด่น (เต็มซุ้ม) ขึ้นมาอีกนิด ขณะเดียวกันก็ส่งผลถึงสมรรถนะการขับขี่ด้วย
       
       ความรู้สึกแรกในการนั่งหลังพวงมาลัย พบว่าภายในห้องโดยสารพื้นที่ค่อนข้างจำกัด (ผู้เขียนสูงเกือบ180 ซม.) และน่าจะแคบกว่า ซิตี้ และ วีออส ส่วนเบาะผ้านั่งสบายไม่นุ่มไม่แข็งรองรับสรีระ แต่หลังจากปรับ(ถอย)ให้ท่านั่งถนัดแล้ว พบว่าระยะขา(leg room)ของผู้โดยสารด้านหลังจะเหลือนิดเดียว
       
       สำหรับทัศนวิสัยการขับค่อนข้างดี ไม่ว่าจะมองผ่านด้านหน้า กระจกมองข้าง หรือกระจกมองหลัง ส่วนการวางตำแหน่งเกียร์ไว้บริเวณคอนโซลหน้า ระยะห่างพอดีมือ หรือถ้าคนตัวเล็กก็ไม่ต้องถึงกับเอื้อมไกล ซึ่งการวางเกียร์ไว้ตรงนี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาก นอกจากวิศวกรมาสด้าต้องการพื้นที่ระหว่างเบาะคู่หน้าให้มากขึ้น
       
       เครื่องยนต์ตระกูลMZR ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน (S-VT) Sequential Valve Timing และวาล์วควบคุมในท่อร่วมไอดี (TSCV) Tumble Swirl Control Valves ให้กำลังสูงสุด 103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

       

       เมื่อดูจากม้า 103 ตัว อาจจะน้อยกว่าเครื่องยนต์พิกัดเดียวกันของ ฮอนด้า ซิตี้ ที่มี 120 แรงม้า และ โตโยต้า วีออส 109 แรงม้า แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถเบา 1,066 กิโลกรัม (รุ่นท็อป ซิตี้ 1,150 กิโลกรัม,วีออส 1,065 กิโลกรัม) และการเซ็ตอัตราทดเกียร์ไว้ให้จัดในช่วงออกตัว หรือตีนต้นนั้นรับรู้ถึงอาการฉุดดึงได้เหมือนกัน
       
       ดังนั้นช่วงความเร็วต้นหรือเกียร์ 1-2ไม่อืดแน่นอน แต่ถ้าเลยไปเกียร์ 3-4 ย่านความเร็วกลางไล่ไปถึง 100 กม./ชม. แม้จะเข่นคันเร่งไปแล้วแต่พละกำลังไม่ค่อยมาตามหวัง อย่างไรก็ตามถ้าลอยลมหรือความเร็ว 120 กม./ชม.ขึ้นไปก็ไหลได้ยาวๆครับ ที่สำคัญย่านความเร็วสูงระดับนี้พวงมาลัยยังนิ่งใช้ได้ (อย่าลืมประโยชน์ของล้อขอบ 16 นิ้ว หน้ายาง 195ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง)
       
       ...พูดถึงพวงมาลัยต้องบอกว่า มาสด้าเซ็ทมาดีพอสมควรครับ การบังคับควบคุมแม่นยำ น้ำหนักอาจจะเบาจริงตามสไตล์ พวงมาลัยไฟฟ้า แต่ถ้าเทียบกับวีออสแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนชอบมาสด้า 2 มากกว่า
       
       จุดเด่นที่เป็นจุดขายของมาสด้า 2 ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทซ์แบ็ก ต้องยกให้ช่วงล่างอันหนึบแน่น โดยด้านหน้าเป็นอิสระพร้อมเหล็กกันโคลง หลังเป็นคานแข็ง ตามสไตล์รถยนต์นั่งขนาดเล็ก(ช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารและพื้นเก็บ สัมภาระด้านท้าย) ทั้งนี้ในตัวท็อปMaxx และรองท็อปSpirit จะเซ็ทช่วงล่างให้แข็งกว่ารุ่นล่าง Groove
       
       การขับทางตรงยาวๆใช้ความเร็วสูง 120-140 กม./ชม. นอกจากพวงมาลัยจะนิ่งแล้ว ช่วงล่างยังแน่นให้ความมั่นใจ การเข้าโค้งแรงๆนั้น อาจจะรับรู้ถึงความต่างจากตัวถังแฮทซ์แบ็กนิดหน่อย ซึ่งรุ่นซีดานจะมีอาการท้ายออกนิดๆ แต่กระนั้นก็ยังทรงตัวในโค้งเป็นเยี่ยม อารมณ์การเร่งส่งตอนออกโค้งทำได้สนุกพร้อมความมั่นใจ ด้านเบรกเป็นหน้าดิสก์ หลังดรัม ไม่เหนือไม่ด้อยกว่าคู่แข่ง การกดจิกแป้นเบรก ทำระยะได้อยู่ในความคาดหมาย

       

       

       ออปชันเพียบคุ้มราคา
       

       มาสด้า 2 ซีดาน-แฮทซ์แบ็ก ใส่ออปชันความปลอดภัยอย่างเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD พร้อมถุงลมนิรภัย เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ส่วนตัวท็อปจะให้ถุงลมคู่หน้า รวมถึงระบบKeyless Entry เปิด-ปิด-สตาร์ทรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ เครื่องเล่นวิทยุ ซีดี MP3 อัดได้ 6 แผ่น สามารถเชื่อมต่อเครื่องเล่นแบบพกพายอดนิยมต่างๆได้ พร้อมปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย อย่างไรก็ตามคุณภาพเสียงนั่นยังเป็นรองพวก ซิตี้ หรือ แจ๊ซ อยู่ระดับหนึ่ง
       
       นอกจากนี้ในรุ่นท็อปและรองท็อปยังมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ อาทิ อัตราการบริโภคน้ำมัน ความเร็วเฉลี่ย ระยะทางวิ่งจากน้ำมันที่เหลืออยู่ มาให้พิจารณาด้วย ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสกดดูตัวเลขซดน้ำมันหลังจากวิ่งมาได้ครึ่งทาง พบว่ามาสด้า 2 ซีดานทำได้ 7.3ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 13.69 กิโลเมตรต่อลิตร ในโหมดการขับขี่นอกเมือง (ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 100 – 120 กม./ชม. แต่บางช่วงใช้ความเร็วไปถึง 140 – 160 กม./ชม.)
       
       รวบรัดตัดความ... “มาสด้า 2” แฮทซ์แบ็ก-ซีดาน ให้สมรรถนะการขับและออปชันแทบไม่ต่างกัน ผิดอยู่ตรงราคาที่รุ่นหลังถูกกว่า พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาาระด้านท้ายใช้ได้เต็มประโยชน์ ดังนั้นผู้จะซื้อหามาเป็นเจ้าของ คงต้องพิจารณาความชอบเรื่องรูปลักษณ์ และลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวันประกอบการตัดสินใจ เป็นการส่วนตัว
 


ถูกใจบทความช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้เว็บมาสเตอร์ด้วยนะค๊ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ชื่อ :
ข้อความ : emo1 emo2 emo3 emo4 emo5 emo6 emo7 emo8 emo9 emo10 emo11 emo12 emo13 emo14 emo15
emo16 emo17 emo18 emo19 emo20 emo21 emo22 emo23 emo24 emo25 emo26 emo27 emo28 emo29 emo30 emo31


- หากต้องการใส่รูปคลิกซ้ายที่รูปภาพได้เลย :)
- ขึ้นบรรทัดใหม่โดยการกด Enter จะทำให้ข้อความไม่ยาวจนเกินไป :)
บวกกันให้ด้วยนะ :
Security Code
 

 
w w w . r a k c a r . c o m
www.RakCar.com เว็บไซต์รวบรวมข่าวคราวเกี่ยวกับรถใหม่ทั้งรถในประเทศ และรถจากต่างประเทศ รวมถึงข้อมูลเทคนิคการดูแลรักษารถ
และถามตอบเกี่ยวกับปัญหารถยนต์ทุกรุ่นทุกประเภท
Copy Right © 2010 by RakCar.com Valid XHTML 1.0 Transitional เข้าสู่ระบบ
favoritesตั้งเป็นหน้าที่ชอบ (My Favorits)

เพิ่มลงในหน้าแรกตั้งเป็นหน้าแรก (My Homepage)