
การลากรถอย่างถูกวิธี
คนขับรถหลาย ๆ ท่านที่เคยเจอกับอุบัิติทางรถคงประสบปัญหาจนไม่สามารถขับรถต่อไปได้ เป็นเหตุให้ต้องใช้รถคันอื่นมาลากไป แต่การลากรถที่ไม่ถูกต้องก็เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้อีก ดังนั้นเราควรจะศึกษาเทคนิควิธีการลากรถอย่างถูกต้องไว้ด้วยยามฉุกเฉิน
"การลากรถ" นั้นเป็นวิธีหนึ่งที่เราหลายคนมักจะทำประจำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการนำรถไปยังที่ปลอดภัยชั่วคราวหรือเพื่อเดินทางไปพบ
ช่างผู้ชำนาญการ
ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นไม่ให้ต้องนั่งตบยุงท่ามกลางความ
เปลี่ยวของถนน
ตามปกติแล้วพวกเราคนเมืองหลวงมักไม่ค่อยได้ลากรถกันมากนัก
เนื่องจากความสะดวกที่ถูลู่ถูกังไปทั้งยังงั้นไม่นานก็อาจจะเจออู่ที่เป็น
งานหรือไม่ก็มีรถยกบริการที่พร้อมให้คุรเรียกใช้สะดวก
แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เดินทางค่อนข้างบ่อยและรถแม้จะมีสภาพสมบูรณ์แต่
ก็เริ่มอายุมาก คุณเองควรเรียนรู้วิธีลากรถด้วยตัวเองเอาไว้
ที่ง่ายๆไม่ยากมากมายนัก
1.อุปกรณ์ต้องพร้อม
ข้อสำคัญของการลากรถนั้นไม่ได้อยู่ที่วิธีแต่มันขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัว
เอง ที่การลากรถนั้นจำเป็นต้องใช้ สิ่งของที่จะทำให้รถ 2
คันสามารถพ่วงเข้าหากันไปด้วยกันมาด้วยกัน ซึ่ง ปัจจุบันที่นิยมมีเชือก
สลิง และ แป๊บลาก แต่เราอยากแนะนำให้ใช้สลิงดีกว่า เนื่องจากเชือกขาดง่าย
ส่วนแป๊ปเหล็กนั้น สามารถสร้างความเสียหายให้ตัวรถได้ถ้าไม่ชำนาญการ
2.หาตัวช่วย
เมื่อพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาที่คุณต้องหาคนช่วยเหลือ
โดยเฉพาะเมื่อทางออกที่ควรจะเลือกคือรถกระบะ
เนื่องจากรถกระบะมีแรงบิดในรอบต่ำที่ดีจากเครื่องยนต์ดีเซลทำให้ลากได้
ง่ายกว่า รถเก๋งด้วยกัน ส่วนในเมืองนั้นแท็กซี่ก็พอจัดให้ได้
แต่แนะว่าต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
3.ได้เวลาลุย เมื่อ
คุณได้ทั้ง 2 อย่างครบแล้ว ก็ได้เวลาพ่วงรถคุณกับตัวช่วยเข้าด้วย
ตามปกติแล้ว รถปัจจุบันแทบทุกรุ่นจะมีจุดลากมาให้ซึ่งจะเป็นห่วงเล็กๆ
ที่ยึดเข้ากับแชสซีโดยตรงทำให้มีความแข็งแรงและไม่สร้างความเสียหายต่อตัวรถ
แต่หากไม่มีให้ยึดกับจุดใดก็ได้ที่เป็นแชสซีของรถหรือไม่ก็ต้องเป็นชิ้นส่วน
ที่ติดกับโครงสร้างหลักโดยตรง
4.รู้วิธีขับข้อนี้สำคัญสุด การ
ลากรถอาจจะฟังเหมือนง่ายแต่เอาเข้าจริงมันกลับทำยากกว่าที่พูด
เพราะการกระทำแบบนี้ถือเป็นการเสี่ยงและจริงก้ไม่ค่อนอยากแนะนำแต่อย่างบอก
บางครั้งเราเดินทางมันก็ไม่มีทางเลือกมากมายอะไรนัก
การขับรถเราโดยที่ถูกลากอยู่นั้นถือเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อเราต้องจับจังหวะให้ได้
โดยเฉพาะการใช้เชือกหรือสลิกจะลำบากกว่าใช้แป๊ปเล้กน้อย
เพราะต้องคอยกะระยะว่าเมื่อไรเชือกตึงหรือกำลังผ่อน
หลักการง่ายๆคือให้สังเกตระดับไฟหน้ารถเรากับคันที่ลากว่าเราความชิดมากแค่
ไหน แต่จำไว้ว่าอย่าใกล้มากขนาดนั้น
เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถหยุดได้ทัน และอีกเรืองที่สำคัญ
หากใช้เชือก/สลิงอย่าให้เกิดการกระตุกแรงๆเพราะมันอาจขาดได้แม้จะมีความหนา
แน่นพอที่จะลากรถได้ก็ตาม
ทั้งนี้หากคุณมีปัญหากลางทางและไม่ค่อยมีประสบการณ์มากนักทางที่ดี ควรจะโทรหาหน่วยงานฉุกเฉิน/ตำรวจ
ในพื้นที่เพื่อประสานงานรถยกไปยังอู่ที่ใกล้เคียงก่อนเพื่อตรวจสอบปัญหาที่
เกิดขึ้น แต่หากปัญหาหนักจริงควรกลับมาซ่อมที่อู่ซึ่ง เราสามารถวางใจได้